หน้าหลัก
องค์กร
นโยบายและแผนงาน
หลักสูตร
การรับสมัคร
ระเบียบปฏิบัติ
บทความ
แบบทดสอบตนเอง
การประกันคุณภาพ
ข้อมูลสำหรับผู้ปกครอง
ติดต่อสอบถาม
แผนที่โรงเรียน
ผลการสอบประจำเดือน
เว็บไซต์แนะนำ
สถิติการเข้าชม
เปิดใจผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ผมอยากทราบว่าโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณ
มีความเป็นมาอย่างไรบ้างครับ
จริงๆแล้วโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณเกิดขึ้นตามหลักการพัฒนาด้านการศึกษาที่มีจุดกำเนิดมาจากสิ่งที่ไม่คาดคิด สมัยเด็กๆอาจารย์เป็นคนค่อนข้างมีอุดมการณ์ ไม่เก่งแต่ขยันอ่านหนังสือ บางครั้งอ่านแล้วจำไม่ค่อยได้ แต่อาศัยอ่านหลายๆครั้งจนติดเป็นนิสัย และหมั่นทำแบบฝึกหัดเลขและวิทยาศาสตร์ อ่านบ่อยครั้งจนเกิดเป็นความชำนาญและกลายเป็นประสบการณ์ที่ติดตัวมาจนมา ในปี 2523 สอบได้ทุนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุนนี้เป็นรางวัลแห่งคุณค่าที่สร้างแรงบันดาลใจให้มุ่งมั่นในสิ่งที่ดีทั้งด้านการศึกษาและการปฏิบัติตน อยากพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน อาจารย์เรียนที่เตรียมทหารในปีแรกสอบได้ที่1 และเป็นที่1 ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 26 จึงไปเรียนต่อที่วิทยาลัยการทหาร Norwich (Military College of Vermont ) ที่อเมริกา และจบการศึกษาปริญญาโทที่ Stevens Institute of Technology รัฐ New Jersey , USA ในสาขาวิศวกรรมโยธา ด้านโครงสร้าง เมื่อจบกลับมาเมื่อต้นปี 2534 รับราชการที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อใช้ทุนของกองทัพบก จากนิสัยที่ติดตัวไม่ชอบตามนาย แต่ชอบทำงานที่ตนเองชอบพอมีเวลาว่างจึงหางานพิเศษนอกเวลา เป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ และมหาวิทยาลัยสยาม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษางานด้านการออกแบบอุปกรณ์การทดลองในด้านวิศวกรรมโยธา รวมทั้งเป็นวิทยากรบรรยายภาคภาษาอังกฤษและไทยให้กับบริษัท ท้ายสุดมาตกระกำลำบากในสายงานด้านการก่อสร้าง ที่ลองทำแล้วเกิดการขาดทุนจนกว่า จะหลุดจากวงจรการก่อสร้างต้องใช้เวลาหลายปี ในระหว่างที่ผจญภัยกับงานก่อสร้างนี้เองได้นึกถึงอดีตเก่าๆในอุดมการณ์ที่อยากจะพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนจึงเปิดสอนเด็กๆ 6 - 7 คน ซึ่งเป็นไปแบบทุลักทุเล สอนคนเดียวในทุกวิชา สถานที่สอนเป็นโรงวัวเก่าๆ และก็มีเด็กๆสอบติดเตรียมทหารกันหลายคน ปี 2538 จึงมีเด็กๆมาให้สอนเพิ่มขึ้นและก็สอบได้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเด็กๆก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเลยต้องพัฒนาโรงวัวเป็นที่เรียน มีการกั้นห้องบ้าง ส่วนชื่อโรงเรียนไม่มี เด็กๆมักจะเรียกว่าโรงเรียนกวดวิชาเข้าเตรียมทหารอาจารย์ป๋อง รุ่นที่ทำชื่อเสียงมากๆได้แก่รุ่นที่39 หรือรุ่นพี่ตู่ พี่ศุภสิทธิ์ พี่ชายพี่ช้อย นั่นเองที่มีเด็กๆสอบติดกันจำนวนมาก ทางอาจารย์เองหลังจากหลุดวงจรการก่อสร้างแล้วจึงเริ่มมีการพัฒนาโรงเรียนอย่างจริงจังแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่อุดมการณ์ยังเหมือนเดิมคือการสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับสังคม เงินที่เก็บได้จากนักเรียน อาจารย์พยายามพัฒนาโรงเรียนให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของสังคมว่าจะสามารถผลิตเด็กๆให้มีคุณภาพในสังคม โดยทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หลังจากที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี จึงตัดสินใจตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีการแบ่งส่วนและหน้าที่อย่างชัดเจน รวมทั้งได้รับใบอนุญาตการเป็นโรงเรียนเอกชนที่จะเดินหน้าพัฒนาตามระบบการศึกษาแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างยั่งยืน
โอ้โห ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนช่างทรหดซะจริงๆ แล้วอาจารย์มีหลักการพัฒนาโรงเรียนธนวรรณอย่างไรครับถึงพัฒนาได้อย่างที่เห็น
หลังจากเจ๊งงานก่อสร้างมา อาจารย์ได้เรียนรู้ระบบบริหารมาอีกมากมาย การลงทุนอะไรลงไปต้องมีการวิเคราะห์รอบด้าน ทั้งโครงสร้างองค์กร ทิศทางการสร้างคนขององค์กร การแบ่งฝ่าย การแบ่งงาน การสร้างระบบการเรียนการสอน การสร้างปัจจัยเกื้อหนุนแบบค่อยเป็นค่อยไป การสร้างค่านิยมของคนในองค์กร และค่านิยมของนักเรียนที่ต้องปฏิบัติ การเน้นที่คุณภาพทั้งระบบ การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง การใช้ข้อมูลจริงในการนำมาประกอบในการบริหารการตัดสินใจ ปรัชญาและหลักการในการพัฒนาคือ คุณภาพ ปรับปรุงในสิ่งที่บกพร่อง และเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงาม อาจารย์รำลึกอยู่เสมอว่าโรงเรียนธนวรรณไม่ใช่โรงเรียนที่ดีที่สุด แต่จะปรับปรุงและพัฒนาไปเรื่อยๆตามหลักการการจัดการศึกษา
น่าสนใจมากครับ แล้วผมไม่เห็นโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณโฆษณาแบบถึงลูกถึงคนเลยครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์มีเหตุผลอะไร
หลายคนไม่เข้าใจว่าการนำระบบบริหารการศึกษาไปใช้ กับ การนำระบบการบริหารธุรกิจไปใช้นั้น มันต่างกัน การบริหารการศึกษาเราต้องเน้นที่การผลิตเด็กๆออกจากสถาบันเพื่อไปให้สังคมให้มีคุณภาพ ดังนั้นการเน้นที่กระบวนการเรียนการสอน กระบวนการอบรม กระบวนการสร้างกิจกรรมปลูกฝังค่านิยมโดยที่มุ่งเน้นไปที่ตัวเด็กให้เป็นคนที่มีคุณภาพถึงจะถูกต้อง ค่าตอบแทนของผู้ปกครองคือการจ่ายเงินให้สถาบันที่จะนำไปพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ใช่ให้เจ้าของรวยขึ้น แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องดังนั้น การกระจายเม็ดเงินไปสู่บุคลากรทางการศึกษาต่างๆ รวมทั้งพนักงานก็ได้กันไปตามสมเหตุสมผล แต่ถ้าเป็นการใช้ระบบการบริหารธุรกิจมาใช้กับการศึกษาแล้วย่อมมีปัญหาแน่นอน สังคมไทยเป็นสังคมที่เชื่อคนง่าย แค่ใช้หลักการตลาดโฆษณาชวนเชื่อว่าเด็กสอบติดเตรียมทหาร 100 % หรือสามารถฝากเข้าเรียนเตรียมทหารได้แต่ต้องจ่ายเงินในอัตราที่สูง หรือโฆษณาเกินจริงประเภทครูที่สอน พูดไม่กี่คำเด็กๆสามารถรู้เรื่องหมด การโฆษณาเหล่านี้มันเกินจริงแต่ถ้าถามว่าสังคมไทยเชื่อหรือไม่ ผมคิดว่าคนในสังคมนี้เชื่อ สำหรับตัวอาจารย์เองแล้วยังยืนยันที่จะใช้ระบบการบริหารการศึกษาที่เน้นกระบวนการคุณภาพและการพัฒนาเป็นหลัก ยังเน้นที่การผลิตเด็กๆให้มีคุณภาพในด้านวิชาการ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และด้านความรับผิดชอบมีระเบียบวินัยสามารถรับผิดชอบตนเองในสังคมได้
แล้วอาจารย์จะขับเคลื่อนองค์กรไปในอนาคตอย่างไรครับ
การขับเคลื่อนองค์กรในอนาคตนั้นอาจารย์คงจะต้องมองแบบองค์รวม สิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณ มีหลายส่วน ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา กลุ่มพนักงาน กลุ่มของชุมชน ซึ่งทุกกลุ่มทางสถาบันจะต้องดูแลให้มีการพัฒนาและมีชีวิตที่ดีขึ้น โครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่เป็นปัจจัยสนับสนุนการศึกษาทางสถาบันได้พัฒนามามากพอสมควร ก้าวต่อไปคือการพัฒนาสื่อการสอน พัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ พัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น ซึ่งการพัฒนาสิ่งเหล่านี้เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาคุณภาพนักเรียนอย่างเต็มรูปแบบ พัฒนาฐานความรู้ให้ชุมชน และสร้างคนในองค์กรให้มีความรู้หรือประสบการณ์ที่มีคุณภาพสามารถใช้ความสามารถตนเองเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวในอนาคต นักเรียนจะเห็นได้ว่าอาจารย์จะเดินไปตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ซึ่งอาจจะเป็น 5 ปี 10ปี หรือ15 ปี ข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น ครูที่สอนในโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วเป็นผลผลิตจากโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณ ที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรืออากาศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอื่นๆ หัวใจของการพัฒนาในอนาคตของโรงเรียนกวดวิชาธนวรรณคือการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาสารสนเทศและสื่อการสอน รวมไปถึงการพัฒนาคน
อาจารย์ทำไมเข้มงวดกับเด็กๆจังโดยเฉพาะช่วงเข้าแคมป์เดือนตุลาคม
อาจารย์พุ่งเป้าไปที่ปรัชญาของสถาบันคือ การพัฒนาความรู้ คู่วินัย ใฝ่คุณธรรม นักเรียนจะไปเรียนเตรียมทหารนักเรียนต้องอยู่ในกฎระเบียบให้ได้ ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม อีกทั้งต้องรับผิดชอบในการวางแผนการเรียน การอ่านหนังสือเพื่อความสำเร็จในชีวิต และที่สำคัญบ้านเมืองมีกฎหมาย มีขื่อมีแปร การฝึกให้นักเรียนยอมรับกติกาของสถาบันย่อมทำให้นักเรียนมีสปิริตในการยอมรับกฎกติกาของบ้านเมือง นักเรียนลองย้อนกลับไปดูผู้ปกครองตนเองจะเห็นว่าท่านต้องรับผิดชอบงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว เรื่องงานตนเอง เรื่องลูกๆ เรื่องสังคม ผู้ปกครองนักเรียนแต่ละคนจึงต้องมีความรับผิดชอบสูงและต้องมีวินัยในตนเองจึงจะอยู่รอดในสังคมปัจจุบันนี้ นักเรียนต้องเข้าใจกันด้วย
ผมคงสัมภาษณ์อาจารย์เท่านี้ก่อน ซึ่งก็ได้ความรู้ด้านการบริหารจากอาจารย์พอสมควร รวมทั้งมุมมองในโลกอนาคต ผมคงจะมาสัมภาษณ์อาจารย์เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้เพื่อนๆที่เรียนด้วยกันต่อไปครับ ขอขอบคุณมากครับ
ยินดีที่จะตอบทุกประเด็นอย่างจริงใจ และให้นักเรียนได้ประโยชน์สูงสุด OK พบกันในการสัมภาษณ์ครั้งต่อไป